[ Happy Birth Day Hibari ]
posted on 05 May 2008 18:39 by rikaKatekyo Hitman REBORN!!! Fanfic
Title – Cloud*Deluge
การแข่งขันศึกชิงแหวนของแหวนแห่งวายุ ระหว่างเบลเฟกอนและโกคุเดระ ฮายาโตะ จบลงไปแล้ว แต่การกลับมาของใครบางคนทำให้การต่อสู้เริ่มจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าของทอนฟ่าสีเงินผู้มาเยือนกวาดตามองสภาพโรงเรียนนามิโมริที่ตนรักยิ่ง พังพินาศ แล้วมองมายังต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
“คุณฮิบาริกลับมาแล้ว” ซาวาดะ สึนะโยชิ เผลอตะโกนออกมาด้วยความดีใจที่เห็นผู้พิทักษ์แห่งเมฆากลับมาทันเวลาที่ยังไม่เริ่มแข่ง
“ทำไมโรงเรียนถึงเป็นแบบนี้” เสียงเย็นๆของผู้มาเยือนกล่าวคำถามที่ดูเหมือนไม่ได้ต้องการคำตอบ ขอแค่คนรับผิดชอบให้เขาฟาดซักทิ้งซักคนด้วยความขุ่นใจ
“ผู้พิทักษ์อีกคนของไอ้หนูนั้นสินะ.... เชลเบคโล่หลบไป” ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ฝั่งวาเรียควอลิตี้ตะโกนกร่างพร้อมทั้งเอาอาวุธของตนเองออกมา แล้วตรงไปยังผู้พิทักษ์แห่งเมฆาของซาวาดะ สึนะโยชิ ทันที
ฟืบ!!! โครมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
แค่ชั่วพริบตาร่างยักษ์ของเลวี่อาเทนที่พุ่งตรงเข้ามาหมายจะทำร้ายร่างกายเจ้าของทอนฟ่าสีเงินผู้มาเยือน ก็กลับเป็นฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นเสียเอง เพียงเพราะแค่คู่ต่อสู้หลบจากวิธีทางและสกัดขาเท่านั้น
“ไอ้สัตว์กินพืชชั้นต่ำ” เสียงสบถเหยียดหยามถูกส่งมาจากคนที่ดูอารมณ์ไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่ นัยน์ตาสีนิลมองเลวี่อาเทนอย่างสมเพชเวทนาก่อนจะละสายตามายังกลุ่มวอร์ริเออร์ที่เหลือ ราวกับจะถามเป็นนัยน์ว่าใครจะมาเป็นคู่ต่อสู้คนต่อไป
“ไม่เลวนี่” เสียงชมจากชามาลเรียกให้ฮิบาริ เคียวยะหันไปสนใจอีกทางไม่ได้ฟังที่เหล่าวาเรียคุยกัน แต่ความสนใจของฮิบาริก็ถูกเรียกกลับมายังฝั่งวาเรียอีกครั้งด้วยคำพูดแกมโวยวายของฉลามขาวแห่งวาเรีย
“เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!” ใบหน้ายิ้มเยาะของสควอลโล่เรียกเจ้าของทอนฟ่าสีเงินให้หันกลับมาพร้อมกับตั้งทอนฟ่าขึ้นอีกครั้งเตรียมพร้อมที่จะสู้ “จะใช้เวลาซักเท่าไหร่กันที่จะเชือดแกเป็นชิ้นๆ”
“แกเป็นคนต่อไปสินะ....” ฮิบาริแสยะยิ้มตอบกลับไปอย่างไม่มีท่าทีกลัวเกรงอีกฝ่าย แต่ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้นอีกครับ กรรมการสาวเชลเบคโล่ ก็ได้เข้ามาห้ามไว้ก่อน
“กรุณาหยุดการกระทำทั้งหมดไว้แค่นั้นนะคะ ถ้าคุณต่อสู้กันการแข่งขันจะถือเป็นโมฆะ” คำขู่ของกรรมการสาวผมสีชมพู ส่งผลกระทบกับฝั่งของพวกสึนะโดยตรง ในตอนนี้พวกเขาชนะ 1 แพ้ 3 แล้ว ถ้าฮิบาริกับสควอลโล่สู้กัน ก็จะกลายเป็น ชนะ 2 แพ้ 4 ............นั้นทำให้พวกเขาไม่มีทางชนะได้เลย
“อะไรกัน” เสียงประท้วงดังมาจากปากของซาซางาว่า เรียวเฮ เจ้าของแหวนแห่งอรุณ ที่คิดว่ากฎแบบนั้นดูไม่ค่อยยุติธรรมซักเท่าไหร่ แต่ไม่ว่ายังไงกฎก็ต้องเป็นกฎ
“เอาน่าๆ ใจเย็นก่อนนะฮิบาริ ฉันรู้ว่านายกำลังโกรธ” เป็นหน้าที่ของยามาโมโตะที่เป็นฝ่ายเข้าไปเจรจากับฮิบาริให้สงบสติอารมณ์ลงก่อน
“คิดจะขวางทางฉันเหรอ” ฮิบาริที่ดูท่าจะไม่ฟังเหตุผลเสียตั้งแต่แรกตวัดทอนฟ่าสีเงินผ่านหน้าของยามาโมโตะ คิดจะกำจัดคนที่ขวางหน้าแต่ทว่าผลกลับไม่เป็นแบบนั้น....
ยามาโมโตะคว้าทอนฟ่าของฮิบาริไว้ได้ก่อนที่ทอนฟ่าเหล็กจะได้ทำอันตรายใคร
“เจ้าผมยาวคนนั้นเป็นคู่ต่อสู้ของฉันเอง” ยามาโมโตะพูดทั้งที่มือยังจับทอนฟ่าของฮิบาริเอาไว้ไม่ให้ลูกศิษย์ของม้าพยศดีโน่ พยศตามครูฝึก “ถ้านายสู้กับเขาแล้วฉันก็ไม่ได้ประลองน่ะสิ”
“ฉันไม่สน” ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่คำพูดที่จะหยุดฮิบาริได้ เจ้าของทอนฟ่าสีเงินยังคงรั้นที่จะสู้กับฉลามขาวแห่งวาเรีย จนกระทั้งข้อต่อรองที่รีบอร์น 1ในเด็กต้องสาปทั้ง7 ที่ยื่นออกมานั้นจะทำให้ฮิบาริยอมลดทอนฟ่าลง........
ฮิบาริ เคียวยะมองไปยังเจ้าของคมดาบสีเงินแห่งวาเรียก่อนจะแสยะยิ้มมุมปาก แล้วพึมพำออกมาเบาๆ
“สัตว์กินเนื้อของวาเรียเหรอ.....จะต่างไปจากพวกสัตว์กินพืชชั้นต่ำซักแค่ไหนกัน”
เจ้าของคำพูดทิ้งท้ายแล้วเดินกลับไปโดยที่ไม่คิดจะต่อกรต่อ..... ทางฉลามขาวแห่งวาเรียการที่จะได้สู้กับนักดาบด้วยกันนั้นย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าลดตัวไปสู้กับเด็กอมมือแบบนั้นแน่นอน จึงไม่มีข้อกังขาอะไรแล้วยอมถอนกำลังกลับไป
“ฉลามขาวแห่งวาเรีย” คำๆนั้นยังคงวนไปวนมาอยู่ในสมองของฮิบาริ เคียวยะ ขณะที่สายตากำลังมองผ่านท้องฟ้าจากบนดาดฟ้าของโรงเรียนนามิโมริ ที่ดูจะกลับเป็นสภาพเดิมจากที่พังพินาศได้เพียงช่วงเวลาไม่กี่ช.ม.
‘เคียวยะ นายเนี่ยนิสัยเหมือนเพื่อนฉันคนนึงตอนที่ฉันเรียนอยู่ที่อิตาลี่เลยล่ะ’ บทสนทนาระหว่างเขากับครูฝึกพิเศษจำเป็นระหว่างที่กำลังฝึกดังขึ้นมาในหัวขณะที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยๆ
‘แล้วไง’
‘ก็นะ....ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าเหมือนดีเท่านั้นแหละ แต่หมอนั้นน่ะนะเป็นพวกวีนแตกแล้วขี้โวยวายเป็นบ้าเลย เคียวยะเป็นพวกวีนแล้วจะลงมือใช่ไหมล่ะ’
‘แล้วเกี่ยวอะไรกับการฝึก’
‘ก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ..... เพราะยังไงเคียวยะก็คงจะได้เจอละมั่งคนๆนั้น......ป่านนี้กลายเป็นฉลามขาวของวาเรียไปซะแล้ว’
‘……….’
“ฉลาม.....สิ่งมีชีวิตที่ไม่อยู่เป็นฝูงสินะ” ฮิบาริพึมพำเบาๆกับตัวเองในหัวยังคิดถึงร่างโปร่งที่เพิ่งเจอกันเมื่อคืนอย่างอดไม่ได้ พลันนัยน์ตาสีนิลของรัตติกาล ที่ละจากท้องฟ้ายามกลางวันก็ผ่านไปเห็นเจ้าของร่างสูงโปร่งผมสีเงินที่เขากำลังคิด เดินเข้ามาในบริเวณดาดฟ้าของโรงเรียนนามิโมริ
“ไง.....ฉลามขาวแห่งวาเรีย” ฮิบาริเรียกให้ร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นมามองหลังคาของส่วนที่เป็นบันไดทางขึ้นมายังดาดฟ้าแห่งนี้ สควอลโล่หันตามเสียงเรียกนั้นก่อนจะเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นเจ้าของคำพูดที่นั่งชันเข้าอย่างได้เปรียบจากบนที่สูงกว่า
“ผู้พิทักษ์แห่งเมฆาของไอ้หนูนั้นสินะ” สควอลโล่กดเสียงเหยียดหยาม ทำให้ฮิบาริเริ่มจะไม่สบอารมณ์
อาจจะเป็นอย่างที่ไอ้ม้าบ้านั้นบอกก็ได้...... ‘ถ้าเคียวยะเจอกับสควอลโล่นะ ต้องฆ่ากันตายไปข้างแน่ๆ’ แต่นานๆทีจะได้เห็นสัตว์กินเนื้อที่ดูไม่โง่เง่าแบบพวกสัตว์กินพืชชั้นต่ำพวกนั้นจะฆ่าทิ้งก็น่าเสียดาย........
“กลัวจะแพ้ขนาดมาดูสถานที่ไว้ก่อนเลยเหรอไง” ไม่ว่าเปล่าฮิบาริกระโดดดลงมาจากหลังคาของบันไดดาดฟ้าพร้อมทั้งแสยะยิ้มที่ดูน่าสะอิดสะเอียนสำหรับสเพลฮี สควอลโล่
“ฉันไม่เคยคิดจะแพ้ใครเว้ย!!!!!!!!!!!” คมดาบของสควอลโล่ตวัดผ่านฮิบาริห่างจากเป้าหมายไม่ถึง10เซนติเมตรราวกับฮิบาริตั้งใจหลบแค่นั้นเพื่อยั่วประสาท เพราะไม่ว่าสควอลโล่จะก้าวเร็วขึ้นหนึ่งก้าว ฮิบาริก็ยังหลบเร็วขึ้นอีก1ก้าว
“ฉลามแห่งวาเรียมีฝีมือแค่นี้เองสินะ” คำเย้ยหยันจากปากของเจ้าของทอนฟ่าที่ตอนนี้ยังไม่ยอมหยิบทอนฟ่าของตัวเองออกมาสู้เลยด้วยซ้ำทำให้ ฉลามขาวแห่งวาเรียยิ่งทวีความหงุดหงิดเข้าไปอีก
“ไอ้เด็กอมมือ!” สควอลโล่ปรับระดับสปีดของคมดาบตัวเองให้เร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ ฮิบาริที่หลบไม่พ้นคมเขี้ยวสีเงินของฉลามขาวตัดสินใจชั่ววินาทีที่จะตั้งทอนฟ่าของตนขึ้นรับการโจมตีแทน
“ค่อยสมกับเป็นฉลามหน่อย......ไม่อ่อนปวกเปียกแบบไอ้พวกสัตว์กินพืชหน้าโง่พวกนั้น......” ฮิบาริเหยียดยิ้มต้านแรงกดของฝีดาบจากการโจมตีของสควอลโล่
“อย่ามาทำเป็นปากเก่งไปหน่อยเลย ไอ้เด็กอมมือ!!!!!!!!!” ด้วยแรงโทสะจากความหยิ่งทระนงทำให้ฝีดาบของสควอลโล่โหมกระหน่ำราวกับห่าฝนใหญ่ที่บ้าคลั่ง
เสียงปะทะกันของดาบสีเงินกับทอนฟ่าเหล็กดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง รุกไล่กันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อย อาจเป็นเพราะความรักศักดิ์ศรีที่มีในตัวเองของคนทั้งคู่ หรืออาจเพราะต่างฝายต่างไม่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่ประมือสู้สีกันขนาดนี้มานานก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะยอมเสียเปรียบอีกฝ่ายก่อน
“ทำอะไรอยู่น่ะ เคียวยะ สควอลโล่!!!!!” เสียงตะโกนขัดการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย ทำให้คมเขี้ยวทั้งสองผละออกจากกันแต่ก็ไม่วายที่จะตั้งการ์ดระวังตัว
“ดีโน่......” เสียงพึมพำออกจากปากของฮิบาริเคียวยะเบาๆเมื่อเห็นหน้าบุคคลที่วิ่งขึ้นมาห้ามการต่อสู้ของเขากับฉลามขาวแห่งวาเรีย
“มายุ่งอะไร!!! ไอ้ม้าพยศ!!!!!” สควอลโล่ตะโกนใส่ตามนิสัย ทั้งที่หงุดหงิดกับการต่อสู้ หงุดหงิดกับอากาศร้อนของฝั่งเอเชียที่ไม่คุ้นเคย แล้วยังต้องมาเจอคนที่น่าหงุดหงิดอีก บางทีเขาอาจจะหงุดหงิดกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเลยก็ว่าได้
“นายต้องประลองคืนนี้ไม่ใช่เหรอไง สควอลโล่ ถ้านายทำแบบนี้ก็ไม่มีสิทธิในการต่อสู้คืนนี้” ม้าพยศแห่งคาบัคโรเน่ขมวดคิ้ว ทั้งที่รู้ว่าถึงพูดไปแบบนี้ก็ไม่ได้ส่งผมกระทบอะไรเลยกับวาเรียที่มีแต้มนำอยู่ การต่อสูงนอกรอบคราวนี้มันเป็นผลดีต่อสควอลโล่ด้วยซ้ำ
“เคียวยะ.........” ดีโน่หันไปเตรียมจะเกลี่ยกล่อมฝั่งตัวเองแทน ทั้งที่คิดว่ามันคงไม่ได้ผม แล้วก็คงต้องพึ่งรีบอร์นเหมือนเดิม แต่ทว่า
“รู้แล้ว.....” ผิดคาดที่ฮิบาริลดทอนฟ่าลงโดยไม่มีการขัดแย้งใดๆเกิดขึ้นเลยระหว่างบทสนทนานั้น
“ชิ” สควอลโล่เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ไม่มีใครรู้ว่าที่ฉลามขาวเดาะลิ้นเพราะมีคนอย่างดีโน่เข้ามาขัดหรือเพราะคนที่สู้ด้วยล้มเลิกที่จะสู้ไปง่ายๆกันแน่
“มาพนันกันไหมล่ะ.........สัตว์กินเนื้ออย่างแก จะชนะสัตว์กินพืชชั้นต่ำนั้นได้เหรอ” คำพูดที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันกับรอยยิ้มมุมปากที่ดูวันนี้เจ้าของทอนฟ่าสีเงินจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ถูกส่งมายังฉลามขาวที่กำลังจะตวัดคมดาบแต่แส้ของม้าพยศแห่งคาบัคโรเน่ก็สามารถหยุดการโจมตีนั่นไว้ได้ซะก่อน
“ฉันไม่มีวันแพ้เว้ย!!!”
..........................
...................
.............
........
......
..
.
สุดท้ายก็แพ้สินะ....ออกจะเจ็บใจนิดหน่อย................
เจ็บใจที่ต้องให้ไอ้หนูดาบญี่ปุ่นนั้นมาช่วย
เจ็บใจที่แพ้ต่อหน้าคนอื่นๆแบบนี้
เจ็บใจที่..........บอส...........แซนซัสก็อยู่ตรงนั้น
แต่ที่เจ็บใจที่สุด............
...............
.......
ฉันแพ้พนันสินะ ......
.................
..........
......
ขณะที่ความคิดไม่ชอบใจก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ฉลามขาวแห่งวาเรียก็รับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่เย็นเฉียบไหล่ผ่านร่างกายของตนเอง นัยน์ตาสีเงินเฉกเช่นสีผมค่อยๆลืมตาขึ้นแต่แล้วก็ต้องหรี่ลงเพราะแสงสว่างที่จ้ามากเกินไป
“รู้สึกตัวแล้วสินะ” น้ำเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น เป็นน้ำเสียงที่เจ้าของเรือนผมสีเงินไม่อยากได้ยินที่สุดในตอนนี้ ในใจภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าได้เป็นคนที่คิดเลย แต่ดูเหมือนว่ายังไงฉลามขาวก็คงหนีจากความจริงไม่พ้น
“ไอ้เด็กนั้น” ริมฝีปากพึมพำออกมาเบาๆ ถ้าจำไม่ผิดไอ้คนที่อยู่ข้างเขาตอนนี้รู้สึกจะชื่อ
เคียวยะ......
“ดีโน่เห็นว่ามีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อยคงกลับมาเย็นๆ.........หรืออาจจะดึกๆ” ฮิบาริพูดราวกับรู้ว่าสควอลโล่กำลังสงสัยอะไร แต่นั้นยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ฉลามขาวแห่งวารียอยากรู้
“แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง” สควอลโล่ยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงนอนพลางกวาดสายตามองไปยังรอบห้องก่อนจะก้มลงมองตัวเองที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล กับน้ำเย็นที่คาดว่าเป็นเพราะคนตรงหน้าราดให้เขาตื่นขึ้นมา
ถึงจะโมโห แต่ก็ไม่คิดจะโวยวายอะไรใส่ เขามีเรื่องอยากรู้มากกว่าที่จะโวยวายเรื่องแค่น้ำเย็นนี่
“ดีโน่พามา” ฮิบาริตอบปัดๆ นัยน์ตาสีนิลมองออกไปนอกหน้าต่างจากห้องพยาบาลของโรงเรียนนามิโมริอย่างไร้จุดหมาย
“แล้วบอส.........ไม่สิแซนซัสล่ะ” ฉลามขาวถามต่อ ถึงคิดว่าคนที่อยู่ข้างเตียงตอนนี้คงไม่รู้แต่ที่ถามออกไปก็เพราะจะได้สบายใจ....ขอแต่คำตอบว่ากลับไปหรืออะไรก็พอแล้ว .............
อย่าให้เหมือนกับ8ปีก่อน..........
เท่านั้นก็พอ........
“ฉันจำเป็นต้องมาตอบคำถามของแกด้วยเหรอไง” ฮิบาริหันกลับมาถามด้วยสีหน้าหงุดหงิด นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องไปที่ร่างของฉลามขาวแห่งวาเรียไม่วางตา
สควอลโล่ไม่พูดต่อ.... ไม่ใช่ว่ากลัวหรือเพราะอะไร แต่กับคนอย่างไอ้หนูคนนี้ถึงถามไปก็ไม่ได้คำตอบอะไรมาอยู่ดี อีกอย่างถ้ายิ่งต่อปากต่อคำกันไปมีแต่จะตีกันซะเปล่า...... โดยเฉพาะร่างกายแบบนี้ อย่าว่าแต่ตีกันเลย แค่ตะโกนเถียงกลับไปก็แทบทรุดแล้ว
“สุดท้ายแกก็แพ้สินะ....ถึงจะเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่สุดท้ายแกก็แพ้สัตว์กินพืชชั้นต่ำ” ฮิบาริเหยียดยิ้ม นัยน์ตาสีรัตติกาลยังคงจ้องที่ร่างโปร่งอย่างไม่ว่างตา
“ชิ” สควอลโล่เดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ร่างโปร่งเบนสายตาไปทางอื่นราวกับไม่ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
“เนี่ยเหรอความสามารถของฉลามขาว” คำพูดเย้อหยันยังถูกส่งออกมาจากปากของคนทีเป็นต่อ แต่ทว่า.....คำพูดนั้น ดูราวกับใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ
“ทำบ้าอะไรของแกวะ!!” สควอลโล่ปัดมือฮิบาริที่ดึงผมสีเงินของเขาให้โน้มตัวเข้าไปใกล้กับฮิบาริที่เปลี่ยนที่นั่งจากข้างเตียงมาเป็นขอบเตียงพยาบาลแทน
“โอ๊ย” แรงกระทบของฝ่ามือที่ฟาดเข้ากับมือของฮิบาริทำให้ร่างกายที่บาดเจ็บทวีความเจ็บปวดขึ้นไปอีกอย่างกะทันหัน จนฉลามขาวเผลอร้องออกมาแบบนั้น
“สภาพแบบนั้นยังโวยวายได้อีกเหรอไง” คำถามที่ดูจะไม่ได้ต้องการคำตอบแต่เหมือนจะเป็นคำดูถูกมากกว่าโดยเฉพาะเมื่อคนพูดยังคงแสยะยิ้มและยื่นหน้าเข้ามา ใกล้คนถูกถามขึ้นไปอีก
“จะทำบ้าอะไรของแกวะ” สควอลโล่ถอยหลังขณะที่ฮิบาริชักจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับเขามากจนอยู่ในลักษณะที่ว่า ‘เกินไป’…………….
“หึ.....” คำตอบจากคนที่เด็กกว่าที่ตอนนี้อยู่เหนือกว่าร่างบางที่กึ่งนอนกึ่งนั่งบนเตียงไม่ใช่คำพูดหากแต่เป็นรสจูบที่ร้อนแรงจากปลายลิ้น ที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันระวังตัว
“อืม.....” ไร้แรงขัดขืนโดยสิ้นเชิงจากเจ้าของเรือนผมสีเงินเพราะร่างกายที่บาดเจ็บทำให้ข้อมือทั้งสองข้างถูกรวบด้วยมือเพียงข้างเดียว ของฮิบาริ เคียวยะ
“แกแพ้พนันไม่ใช่เหรอไง........” ฮิบาริที่ละริมฝีปากออกจากจูบนั้นเลียปากตัวเอง ก่อนจะแสยะยิ้มให้ร่างโปร่งอย่างเป็นต่อ
“แต่ฉันเป็นคนเจ็บนะเว้ย!!!” คิ้วสีเงินขมวดเข้าหากันอย่างอารมณ์เสีย ถึงจะดูเป็นเหตุผลที่ไม่ค่อยจะเป็นเหตุผลเท่าไหร่ แต่มันก็สมเหตุสมผลพอที่สมองที่กำลังอยู่ในสภาวะการประมวลผลของฉลามขาวจะคิดออกมาได้
“เรื่องของแก” คำเถียงที่ดูสมเหตุสมผลมากซะยิ่งกว่าคำพูดของสควอลโล่ หากแต่มันดูหัวชนฝามากกว่าอยู่หลายเท่า
“ปะ.....ปล่อยฉันนะว้อย!!” ในเมื่อเหตุผลข้างๆคูๆดูจะไม่มีประโยชน์ในการขัดขืน ฉลามขาวแห่งวาเรียจึงเลือกที่จะโวยวายแทน
ไม่มีคำตอบใดๆจากฮิบาริ นอกจากปลายลิ้นที่สัมผัสกับซอกคอขาวเนียนของสควอลโล่ ลมหายใจร้อนๆรินลดที่ซอกคอทำให้ฉลามขาวแห่งวาเรียที่ตอนนี้หน้าเป็นสีแดงเรือนหันหน้าหนีเขามากขึ้นไปอีก
“ชิ......” ฮิบาริเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นบุคคลไม่พึงประสงค์เดินเข้ามาในร.ร.ผ่านหน้าต่างของห้องพยาบาล
“รู้สึกจะกลับมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ” ฮิบาริพูดเบาๆแต่ระยะขนาดนี้ไม่วายที่สควอลโล่จะได้ยิน
“ใคร.....”
“ดีโน่........” ริมฝีปากแสยะยิ้มตอบคำถามแต่ทว่าฮิบาริก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำของตนแม้แต่น้อย ฝ่ามืออีกข้างที่อิสระล้วงเข้าไปภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวของสควอลโล่อย่างถือสิทธิ
“งั้นก็ปล่อยสิเว้ย!!!! จับอะ.........ไร อึก...............” น้ำเสียงของฉลามขาวขาดห้วงเพราะการกระทำของฮิบาริ ริมฝีปากบางกัดปากตัวเองพยายามเก็บอารมณ์ทั้งหมดไว้
“แคร์เหรอไง........” ฮิบาริเสียดสี
ไม่ได้แคร์เป็นพิเศษว้อย......แต่ไอ้สภาพแบบนี้จะเป็นใครมาเห็นก็ไม่เอาทั้งนั้นแหละ!!!!!!!!!!! อยากจะตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ทว่าในตอนนี้แรงจะกลั้นอารมณ์ที่พลุพล่านไว้ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
“เป็นแค่เพื่อนเก่าจริงๆน่ะเหรอ.........”
เสียงกระซิบถามจากฮิบาริด้วยน้ำเสียงที่ดูจะทรมานมากกว่าเยาะเย้ยทำให้ร่างโปร่งหันไปมองสีหน้า ของคนคนนั้น.......
เพราะอะไร.......................
-FIN-













































น่าหนุกๆ
#1 By *kao* ตายสนิท on 2008-05-05 19:01